Dankwian Logo
The land of Ceramics.     
Amazing Thailand   Award 2537   Otop std. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โอทอป
 
   
Home | History | Manufacture | Products | Person | Site map | Travel | Help | Forums Bookmark
   
   
 
Thai Handicrafts > Earthenware (เครื่องปั้นดินเผา) > ชนิดของเครื่องปั้นดินเผา

เครื่องปั้นดินเผา
  หน้าแรก (เครื่องปั้นดินเผา)

ประวัติความเป็นมา | ชนิดเครื่องปั้น | ประมวลรูปภาพ | เครื่องมือการผลิต | วิธีการผลิต

ชนิดของเครื่องปั้นดินเผา
เซรามิกส์ | เครื่องสังคโลก | เครื่องเบญจรงค์ | ผลิตภัณฑ์รากุ | ผลิตภัณฑ์เอนเทนแวร์ | ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ | ผลิตภัณฑ์โบนไชนา | ผลิตภัณฑ์ปอร์เลน
  เครื่องปั้นด่านเกวียน
เครื่องปั้น | กระเบื้องปูพื้น - ประดับผนัง | หล่อหินทราย | เครื่องปั้นเคลือบ | ทองเหลือง - สัมฤทธิ์

เซรามิกส์
เซรามิกส์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องเคลือบดินเผาซึ่งได้แก่ เครื่องถ้วยชามเครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องกันไฟฟ้า กระเบื้องกรุฝาผนัง กระเบื้องโมเสค กระเบื้องมุงหลังคา อิฐก่อสร้าง กระถาง โอ่ง ไห พวกแจกันและเครื่องประดับอื่นๆ กล่าวถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ที่นำมาใช้ผลิต เช่น ดินต่าง ๆ หินฟันม้า หินเขี้ยวหนุมาน เป็นต้น กล่าวถึงกระบวนการผลิต ซึ่งประกอบด้วย การเตรียมวัตถุดิบ การเตรียมเนื้อดินปั้น การขึ้นรูปซึ่งมีหลายวิธี เช่น การขึ้นรูปด้วยมือ การขึ้นรูปโดยใช้แป้นหมุน การขึ้นรูปโดยใช้เครื่อง Jigger การขึ้นรูปโดยการเทแบบ และการขึ้นรูปโดยใช้เครื่องอัด เป็นต้น เมื่อขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว วิธีต่อมาก็คือ การตากแห้ง การเผาดิน (Biscuitfiring) การเคลือบ การเผาเคลือบ (Glostfiring) นอกจากนี้ก็อาจมีการตกแต่งให้สวยงาม เช่นการเขียนลวดลายด้วยสีหรือการติดรูปลอก ซึ่งสามารถทำได้ทั้งก่อนและหลังการ

เครื่องสังคโลก
เครื่องสังคโลก เป็นเครื่องเคลือบดินเผาที่ทำขึ้นในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ทำกันมาที่เมืองสรรวโลก เป็นเครื่องเผาไทยที่ทำเป็นล่ำสัน จนเป็นอุตสาหกรรมสมัยนั้น เพราะสามารถทำการจำหน่ายไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งได้รับความนิยมสูงมาก จากเอกสารโบราคดีไดพบว่าเครื่องปั้นสังคโลกในประเทศอินโดเนียเซีย ศรีลังกา ตามประวัติศาสตร์เครื่องสังคโลก ในสมัยสุโขทัย เริ่มตั้งแต่สุโขทัยเป็นราชธานี ในสมัยสมเด็จพระร่วงจนไปถึงพ่อขุนรามคำแขง ในสมัยนั้นสุโขทัยได้ติดต่อซื้อขายกับจีน ได้นำชาวจีนได้เข้ามาสร้างเตาเผา ที่สุโขทัย

เครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัยมีหลายชนิด ซึ่งได้เรียกชื่อตามสถานที่ทำเครื่องปั้นดินเผา คือ
1. เครื่องถ้วยเฉลียง
2. เครื่องถ้วยสุโขทัย
3. เครื่องถ้วยสวรรคโลก

เครื่องเบญจรงค์

ผลิตภัณฑ์ราก
ผลิตภัณฑ์ (Raku) ในการทำผลิตภัฑ์รากุ มักเผาผลิตภัณฑ์ในร้อนจัดจนเคลือบละลาย จึงนำผลิตภัณฑ์ออกจากเตาเผาทำให้เย็นตัวลงอย่างฉับพลัน เพื่อความเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วนี้องค์ประกอบของเนื้อดินรากุจึงจำเป็นต้องมีลักษณะที่แตกต่างไปจากดินปั้นชนิดอื่น ๆ เนื้อดินที่ใช้ได้ผลดีคือดินสโตแวร์ส่วนผสมของดินเชื้ออย่างน้อยร้อยละ 20 ผลิตภัณฑ์ รากุมีลักษณะเด่นอยู่ที่ความมันของเคลือบ สีสันที่สดใส ในบางครั้งให้พื้นผิวของโลหะที่งดงาม นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการเผารวดเร็ว ช่างปั้นบางคนนิยมนำผลิตภัณฑ์รากุออกจากเตาเผาขณะที่ภาชนยะร้อนแดงอยู่ แล้วใส่ลงถังขี้เลื่อยเพื่อเป็นการบ่มภาชนะในบรรยากาศไม่สมบูรณ์ ทำให้พื้นผิวของภาชนะแลดูเงางามก่อให้เกิดความสนใจไปอีกรูปแบบหนึ่ง ในการเผาเคลือบผลิตภัณฑ์รากุมักนิยมเผาไม่ให้ดินถึงจุดสุกตัว ดังนั้นผลิตภัณฑ์จึงมีความพรุนตัวเหลืออยู่ซึ่งทำให้สามารถซึมผ่านได้ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จึงใช้เก็บน้ำได้ไม่ดีนัก

ผลิตภัณฑ์เอนเทนแวร์
ผลิตภัณฑ์ เอนเทนแวร์ (Eahen Were ) ลักษณะโดยทั่วไปจะมีสีที่ออกแดงน้ำตาล เนื่องจากดินมีส่วนผสมของสารประกอบเหล็กปนอยู่ เนื้อดินชนิดนี้นิยมนำมาใช้ปั้นประติมากรรม เพราะมีคุณสมบัติหดตัวน้อยและมีความพรุนดีทำให้ลดความเสี่ยงในการแตกร้าวได้ดินขาวเอทเทนแวร์มักจะเกิดขึ้นได้ยากตามธรรมชาติดังนั้นความขาวของดินสามารถทำได้โดยการเติมแร่ทอลค์ ซึ่งเป็นผงบดละเอียดสีขาวลงในเนื้อดินเพื่อทำหน้าที่เป็นฟลักซ์แทนสารประกอบเหล็กซึ่งมีสีน้ำตาล โดยปกติดินชนิดนี้จะมีจุดสุกตัวอยู่ที่อุณหภูมิ 1,050 องศาเซลเซียส ความงามของผลิภัณฑ์ชนิดนี้อยู่ที่สีของเนื้อดิน ซึ่งช่างปั้นบางคนที่ไม่ชอบสร้างสรรค์ผลงานบนเนื้อดินที่มีสีขาวซีด เช่น ดินสปอร์ซเลน มักจะเลี่ยงมาใช้เนื้อดินเอทเทนแวร์ขึ้นผลิตภัณฑ์แทน เพราะนอกจากความงามของเนื้อดินแล้วยังเป็นการประหยัดเวลา และทุ่มเทค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเผาผลิตภัณฑ์เอทเทนแวร์อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์
ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ (Stoneware) เนื้อดินปอร์ซเลนและสดตนแวร์มีองค์ประกอบที่แตกต่างกันที่มีปริมาณออกไซด์ของเหล็กและความบริสุทธิ์ขงเนื้อดินมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์มีจุดสุกตัวต่ำปอร์ซเลน คืออุณหภูมิ
1,200 - 1,285 องศาเซลเซียส เนื้อดินสโตนแวร์มีคุณสมบัติที่มีความเหนี่ยวมากกว่าดินปอร์ซเลนและเหมาะอย่างยิ่งในการนำไปใช้ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนและการขึ้นรูปอิสระช่างปั้นจำนวนน้อยที่พอใจกับสีสันของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ที่เกิดจากการเผาด้วยแก๊ส
หรือเตาน้ำมันในบรรยากาศที่ไม่สมบูรณ์โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้จะปรากฏสีครีมไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อนบนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์สโตนแวร์เนื้อดินชนิดนี้มมักจะมีดินเชื้อผสมอยู่ เพื่อทำให้เนื้อดินมีความแข็งแรงขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ได้โดยง่าย สูตรดินสโตนแวร์ ที่ใช้ได้ผลดีคือ

ดินสโตนแวร์ 55 ส่วน
ดินบอลล์เคลย์ 10 ส่วน
ทรายแก้ว 15 ส่วน
หินฟันม้า โพแทส 10 ส่วน (Rhodes, 1975)

ผลิตภัณฑ์โบนไชนา
ผลิตภัณฑ์โบนไชนา (Bone China) เป็นเนื้อดินที่มีลักษณะคล้ายกับดินปอร์ซเลน แตกต่างกันเพียงแต่มีการผสมขี้เถ้ากระดูก ซึ่งเป็นสารประกอบแคลเซียมฟอสเฟตลักษณะของผลิตภัณฑ์โบนไชนาจะมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่ง เนื้อดินมีการหดตัวสูง ซึ่งมักมีปัญหาการแตกร้าวของผลิตภัณฑ์เสมอ ฉะนั้นการขึ้นรูปทรงขนาดใหญ่ ๆด้วยมือแป้นหมุนจึงมักไม่นิยมทำกับเนื้อดินชนิดนี้ เนื่องจากเนื้อดินไมมีความเหนียวพอ โดยปกติผลิตภัณฑ์นี้จะเเผาให้สุกตัวที่อุณหภูมิประมาณ 1,200 องศาเซลเซียสเนื้อดินสำหรับผลิตภัณ์โบนไชนาจำเป็นต้องมีความบริสุทธิเนื่องจากความโปร่งแสงที่เกิดขึ้น ในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ส่วนผสมของเนื้อดินจำเป็นต้องประกอบด้วยดินเกาลิน ที่มีปริมาณของสารประกอบเหล็กและสารประกอบไทเทเนียมที่น้อยที่สุด เนื่องจากสารทั้งสองตัวเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เนื้อดินทึบแสงและทำให้เกิดความขาวของเนื้อดินลดลง การเติมขี้เถ้ากระดูกลงในเนื้อดินนอกจากจะเป็นฟลักป์ในเนื้อดินที่ดีตัวหนึ่งแล้ว สารประกอบฟอสเฟตในกระดูกยังมีคุณสมบัติในการฟอกสีของเหล็กในเนื้อดินเกาลินให้จางลงด้วย กระดูกที่ใช้ในการเตรียมขี้เถ้าที่เหมาะสมที่สุดจะต้องเป็นกระดูกที่ได้จากขาหลังของวัว ซึ่งนอกจากขนาดของกระดูกจะใหญ่แล้ว ยังมีปริมาณของแร่เหล็กในเนื้อกระดูกต่ำอีกด้วย ผลิตภัณฑ์โบนไชนาถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเนื่องจากเทคนิคการผลิตจำเป็นต้องควบคุมความสะอาดและจะต้องมีความบางเพื่อให้แลดูโปร่งแสง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ก่อนการเผาดิบจึงง่ายต่อการแตกหักเสียหาย โดยปกติในการขึ้นรูป ใช้เทคนิคการหล่อด้วยน้ำดินโบนไชนาแล้วนำมาขัดให้ผิวหน้ามันด้วยมือ และเผาให้สุกตัวด้วยอุณหภูมิสูงโดยไม่เคลือบผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะใช้กรรมวิธีหล่อน้ำดิน เนื่องจากเนื้อดินมีความเหนียวและเป็นกรรมวิธีสามารถควบคุมความหนาของผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ปอร์เลน
ผลิตภัณฑ์ปอร์ซเลน (Rorcelain) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเผาไปอุณหภูมิสูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผา เราสามารถบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์ใดเป็นผลอิตภัณฑ์ปอร์ซเลนโดยการสังเกตความแกร่งของผลิตภัณฑ์ ความเนียมของเนื้อดินและความขาวที่สม่ำเสมอโดยตลอดโดยปกติจะเผาที่อุณหภูมิโคน ๘ ถึงโคน ๑๒ เพราะต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีความแกร่งสูงและมีลักษณะเหมือนแก้ว ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวมาแล้วทำให้ผลิตภัณฑ์ปอร์ซ เลนเหมาะอย่างยิ่งในการผลิตเพื่อการจำหน่ายและ ยังสามารถขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีหล่อน้ำดินหรือกรรมวิธีใบมีด (จิกเกอร์) ได้ดีอีกด้วย
ช่างปั้นดินเผาอาชีพจำนวนมากที่พยายามพัฒนาเนื้อดินปอร์ซเลนให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยการหาวิธีลดจุดสุกของตัวเนื้อดินให้ต่ำลงอุณหภูมิ 1,200 - 1,285 องศาเซลเซียศ เพื่อลดความเสียหายจากการหดตัวและความสิ้นเปลืองในการเผาผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบของเนื้อดินปอร์ซเลนประกอบด้วยดินเกาลิน หินฟันม้า และหินเขี้ยวหนุมานหรือวอทซ์ละเอียด การเพิ่มคุณสมบัติด้วยความเหนียวในเนื้อดินสามรถทำได้ด้วยการเติมดินบอลล์เคลย์ร้อยละ 25 หรือเติมดินเบนโทไนต์ร้อยละ 5สูตรเนื้อดินปอร์ซเลน ที่ใข้ผลดีก็คือ

ดินเกาลิน 4ส่วน
ดินบอลล์เคลย์ 1 ส่วน
หินฟันม้า โพแทส 3 ส่วน
ควอทซ์ 2ส่วน (Rhodes, 1973)
นอกจากนี้ทำให้เนื้อดินปอร์ซเลนเหนียวยังสามารถทำได้ด้วยการหมักเนื้อดินด้วยน้ำส้มสายชู ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถังที่ใช้หมักดินอาจเป็นถังพลาสติกขนาด ๑๐๐ ลิตร หรืออาจบรรจุเนื้อดินลงในถังพลาสติกก็ได้ แต่จะต้องหมักเนื้อดิน ในที่เย้นและปราศจากแสงแดด ดินที่หมักน้ำส้มสายชูซึ่งเป็นกรดอินทรีย์ชนิดหนี่งจะมีกลิ่นเหม็นเน่าเมื่อนำขึ้นมาจากถังหมักใหม่ ๆ และมีสีเข้มข้นขึ้นเช่นเดียวกับดินที่เพิ่งขุดข้นมาจากก้นบึ้ง การหมักดินตั้งแต่สองสัปดาห์ ขึ้น ไปถือว่าการเพียงพอที่จะนำไปใช้ขึ้นรูปบนแป้นหมุนได้

เครื่องปั้นด่านเกวียน
เครื่องปั้นด่านเกวียนทำจากดินเหนียวที่ขุดจากริมฝั่งแม่น้ำมูล และเครื่องปั้นทุกชิ้นทำด้วยมือทั้งสิ้น ดินด่านเกวียน นั้นมีลักษณะพิเศษ คือมีแร่เหล็กผสมอยู่ด้วย ทำให้เป็นสีแดงเข้มเมื่อเผาเสร็จ มันต่างจากดินเหนียวแดงธรรมดา โดยมันมีอัตราส่วนของแร่อลูมิเนียมที่ค่อนข้างสูง ซึ่งแร่นี้ทำให้เครื่องปั้นมีความแกร่ง และสามารถเผาในอุณหภูมิที่สูงได้ และยังสามารถปั้นเป็นรูปแบบต่างๆ ได้เครื่องปั้นด่านเกวียนนั้นทำเองด้วยมือและไม่ใช้เครื่องจักรเลย ช่างปั้นจะปั้นโดยวางดินบนพะมอน แล้วทำการปั้นโดยจะมีผู้ช่วย หมุนพะมอน และปั้นจนสำเร็จ ตกแต่งเสร็จ ก็จะตากให้แห้ง โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงนำเข้าเตาเผาในอุณหภูมิประมาณ 1100 ํ C เมื่อเผาเสร็จแล้วก็จะนำมาทาสีตามที่ลูกค้าสั่งออเดอร์ แล้ว แพ็คลังกระดาษหรือลังไม้แล้วทำการโหลดขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ แล้วส่งออก

กระเบื้องปูพื้น - ประดับผนัง และรูปปั้นดินเผา
เป็นเวลามากกว่า 25 ปีมาแล้ว ที่กระเบื้องเป็นสินค้าที่สำคัญของด่านเกวียน และมันมีความแข็งแรง ปกติ จะมีขนาด
4 x 4" กระเบื้องด่านเกวียนมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ กระเบื้องเรียบ ( หกเหลี่ยม และ สี่เหลี่ยม ) และกระเบื้องลาย สำหรับ กระเบื้องลายก็มีอยู่ด้วยกันหลายลาย เช่น พิกุล 1 ,พิกุล 2 ฯลฯ กระเบื้องด่านเกวียนเหมาะอย่างยิ่งสำหรับประดับผนัง เพื่อความสวยงาม สำหรับกระเบื้องเรียบนั้นก็มีความแข็งแรง สามารถปูพื้นให้รถยนต์วิ่งได้
สำหรับรูปปั้นดินเผา ขบวนการผลิตจะคล้ายกับการทำหินทราย คือแกะดินเหนียวตามรูปภาพที่ต้องการ เสร็จแล้วเมื่อ ดินแห้ง ก็ทำการเผาในเตาเผา รูปปั้นดินเผานี้ก็เหมาะที่จะติดตั้งประดับผนังบ้าน ทั้งภายในและ ภายนอก

หล่อหินทราย
งานหินทรายเป็นการทำเลียนแบบศิลปะสมัยเก่า วัตถุดิบที่ใช้ก็จะมีสูตร และคุณสมบัติคล้ายกับการซ่อมแซมปราสาท หรือวัดในสมัยโบราณ ที่ทรุดโทรม หลังจากที่ได้ผลิตงานแต่ละชิ้นขึ้นมา เราก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้มันดูเหมือนงาน หินทรายจริง ๆ และสุดท้าย จากความต้องการของลูกค้า เราก็ทำให้มัน ไม่ใช่แค่ ดูให้เหมือนหินทรายจริง ๆ เท่านั้น เรายังทำให้มันดูเป็นของเก่า ตามความต้องการของลูกค้าอีก

เครื่องปั้นเคลือบ
โคราช พ็อตเตอรี่ เป็นบริษัทเดียวเท่านั้นที่ผลิตเครื่องปั้นเคลือบ และทำมาได้ประมาณ 10 ปีแล้ว ผลิตภัณฑ์นี้เมื่อเผาเสร็จ จะมีความสมบูรณ์ มาก ทุกชิ้นจะเคลือบได้เสมอกัน และลักษณะงานที่ออกมาจะเหมือนกัน แทบทุกชิ้น

ทองเหลือง - สัมฤทธิ์
งานทองเหลืองเป็นงานที่ทำเลียนแบบศิลปะสมัยเก่า เหมือนกับงานหินทราย แต่วัสดุที่ใช้จะต่างกันเท่านั้น งานส่วนมาก จะดูคล้ายกับศิลปะแบบเขมร เรายังทำให้มันดูเหมือนของเก่า หรือที่เรียกว่าสัมฤทธิ์ อีกด้วย ลูกค้าส่วนมากจะซื้อไป ตกแต่งบ้านตามความชอบของลูกค้าแต่ละคนเครื่องปั้นเคลือบจะมีคุณภาพมาก ไม่ซึมน้ำ ทนต่อความเป็นกรด ทนต่อ อากาศหนาวเย็นได้ และทนแดด ทนฝน แต่น่าเสียดายที่เครื่องปั้น เคลือบมีข้อจำกัดอยู่ที่ งานจะออกมาได้สีเดียว แต่ก็สามารถขายได้ดี ในประเทศญี่ปุ่น เพราะงานมีลักษณะคล้ายกับงานเคลือบเก่าแก่ ของชาวญี่ปุ่น

 

ประกาศ แนะนำสินค้าหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ งานโอทอป ทั่วไทย

งานฝีมือ | งานหินทราย | เครื่องเขิน | เครื่องเงิน | เครื่องปั้นดินเผา | เครื่องเพชรพลอย | เซรามิก | อื่นๆ จิปาถะ

   
 

Cast Stone Garden

The Dan Kwian products become one of the major export goods from Korat, Thailand.
copyright © 1999 - 2017 DanKwian.com : The Land of Ceramics.